การมีพุงนั้นสำคัญไฉน
ความอ้วน เป็นสาเหตุของสารพัดโรค โดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะอ้วนลงพุง คือ จะมีสะโพกเล็ก , ไหล่กว้าง และลงพุงซึ่งเป็นลักษณะอ้วนที่อันตรายที่สุดโรคอ้วนลงพุง หรือภาษาอังกฤษ เรียกว่า เมตาบอลิค ซินโดรม (Metabolic Syndrome) เป็นภาวะที่มีไขมันสะสมในบริเวณช่องท้องมากกว่าปกติ และสะสมในอวัยวะที่สำคัญก่อให้เกิดอันตรายได้ง่ายอีกด้วย
ลงพุงแล้ว เมื่อไหร่จึงเป็นโรคอ้วนลงพุง
เมื่อพบ มีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตร (36 นิ้ว) ในชาย หรือเส้นรอบเอวมากกว่า 80 เซนติเมตร (32 นิ้ว) ในหญิงแล้ว พร้อมกับพบปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีกตั้งแต่ 2 อย่าง จาก 4 อย่างต่อไปนี้ ก็จัดได้ว่าคุณเป็น “โรคอ้วนลงพุง” แล้ว
- ความดันโลหิตตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอท ขึ้นไป
- ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (Triglyceride > 150 mg/dL)
- ระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (Fasting Plasma Glucose > 100 mg/dL)
- ระดับโคเลสเตอรอลชนิดดีในเลือด หรือ High Density Lipoprotein (HDL-cholesterol) น้อยกว่า...40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับผู้ชาย หรือ 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับผู้หญิง
สาเหตุของโรคอ้วนลงพุงเกิดจากอะไร
แม้กรรมพันธุ์เป็นสาเหตุหนึ่ง แต่ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิต พฤติกรรมการบริโภค คือ ชอบรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอาหารหวานมัน น้ำหวานในรูปแบบต่าง ๆ และไม่ชอบออกกำลังกาย
ทุกข์จากโรคอ้วนลงพุง
นอกจาก ข้อกระดูกเสื่อม การหายใจไม่อิ่ม ทำให้ง่วงซึม หายใจไม่เต็มปอด ยังมีโอกาสสูงมากๆ ที่จะเป็นโรคเบาหวาน , โรคหัวใจ , ภาวะหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือด สมองอุดตัน ซึ่งรุนแรงถึงขั้นทำให้เป็นอัมพาต หรือเสียชีวิตได้มากกว่า คนอ้วนชนิดไม่ลงพุงเป็นเท่าทวี
<strong>วิธีใดบ้างที่ช่วยป้องกัน/บรรเทาโรคอ้วนลงพุง</strong>
- ออกกำลังกายบ้าง ประมาณวันละ 30 นาทีขึ้นไป 3 ครั้ง/สัปดาห์
- จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มไม่ให้เกินวันละ 1 แก้ว สำหรับผู้หญิง หรือ 2 แก้วสำหรับผู้ชาย และไม่ควรดื่มทุกวัน
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารอย่างถูกต้องและจริงจัง
หากไม่มีเวลาสรรหาอาหารให้เหมาะสม ปัจจุบันมีเครื่องดื่มซึ่งถูกผลิตเป็นอาหารทางการแพทย์ หรืออาหารสำหรับสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งใช้แก้ปัญหาทั้งด้านไขมัน และน้ำตาล โดยมีส่วนประกอบครบ 5 หมู่ มีใยอาหารพิเศษที่มีส่วนประกอบของ FOS ซึ่งเป็นใยอาหารที่สามารถละลายในน้ำได้ดี ช่วยขวางกั้น และชะลอการดูดซึมของน้ำตาล และไขมันลงไปอีก ช่วยการขับถ่ายให้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถช่วยลดโอกาสท้องเสียได้ด้วย เนื่องจาก FOS ช่วยส่งเสริมให้จุลินทรีย์ที่ดี ได้แก่ lactobacilli ให้เจริญ ช่วยดูแลสุขภาพของลำไส้ใหญ่ ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียที่เป็นพิษลุกลามจนทำให้ลำไส้อักเสบ และถ่ายท้อง
อาหารทางการแพทย์นั้น สามารถใช้ดื่มแทนอาหารทั้งมื้อ หรือเป็นอาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนัก ลดไขมัน และบำรุงสุขภาพให้ดี
เอกสารอ้างอิง
1. งานวิจัยของโรงพยาบาลรามาธิบดี (ยังไม่ตีพิมพ์) ปี 2549 โดย ศ.นพ.สุรัตน์ โคมินทร์ และคณะ
2. รายงานการสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการของประเทศไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2546 โดยกองโภชนาการ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
3. สุรัตน์ โคมินทร์ วลัย อินทรัมพรรย์ การลดน้ำหนักอย่างง่าย แสงทวีการพิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2530
|